วันพุธที่ 8 ตุลาคม พ.ศ. 2557

ราคาทองคำวันนี้ : หมดไปวิจัยทอง ประมาณการการณ์ค่ากาญจนาศกข้างหน้ามิแม้ 2 หมื่นพระบาท

ศูนย์วิจัยราคาทองคำวันนี้ คาดคะเนเหตุการณ์ราคามาศปีหน้าตาไม่ถึง 2 หมื่นเท้า


border=0


          เพราะศูนย์วิจัยราคาทองคำเจาะจงราคากาญจนายังมีแนวโน้มดึงลงลงตรงนั้น เกี่ยวเนื่องจากเป็นกังวลกรณีแบงก์กลางสหรัฐขึ้นดอกเบี้ย พร้อมด้วยเชื่อราคามาศปีหน้าราคาเฉลี่ยไม่เกิน 2 หมื่นพระบาทต่อบาทกนกด้วย

ข้างนายกมลธัญ พรไพศาลวิจิต ผู้เอื้ออำนวยการศูนย์วิจัยทองคำ ได้เปิดเผยดรรชนีความเชื่อมั่น
มูลค่าทองคำแท่งวันนี้ในจันทรตุลาคม 2557 ว่าทำให้เสมอตัวลดลง 3.94 จุดจากเดือนกันยายนนั้นโดยมาอยู่ที่ระดับ 38.67 จุด สะท้อนแจกเห็นถึงมุมมองเชิงลบเป็นเดือนที่ 2 ติดต่อกันนั้น โดยได้รับแรงกดดันลูกจากการแข็งค่าของเงินเหรียญสหรัฐและความกังวลต่อสัญญาณการขึ้นดอกเบี้ยหลังธนาคารกลางสหรัฐใกล้จะจบแผนการคิวอีนั้น โดยค่าเงินบาทมีแนวโน้มอ่อนค่าลงอย่างต่อเนื่องด้วย

ขณะที่ดัชนีความเชื่อมั่นราคาทองคำในที่ระยะ 3 เดือนข้างหน้านั้นก็สะท้อนมุมชำเลืองทางลบเป็นครั้งแรกในรอบ 5 เดือน โดยมาอยู่ที่ระดับ 49.57 จุดลดลงจากเดือนที่แล้ว 7.08 จุดทำให้มองว่าตั้งแต่ปลายปีนี้ถึงต้นปีฤดูนั้นไม่มีความมั่นใจว่าราคาทองคำจะสามารถฟื้นตัวได้

       ด้านนายงานแนวคิด บุญขวัญ ประธานคณะทำงานศูนย์วิจัยทองคำ ได้ระบุว่า ประมาณการเป้าอยากราคาทองคำในปี 2558 ทึกทักว่าจะอยู่ในช่วง 1,050-1,450 เหรียญสหรัฐต่อออนซ์ นั้นโดยมีสนนราคาเฉลี่ยที่ 1,230 เหรียญสหรัฐต่อออนซ์ ระยะเวลาที่ราคาทองคำในประเทศคาดว่าจะอยู่ในกรอบ 17,000-22,000 บาทต่อหนึ่งบาททองคำนั้น โดยมีมูลค่าเฉลี่ย19,062 บาทประกบบาททองคำ
ด้านหัวหน้าคนงานจิตว่ากล่าว ตั้งสิทธิ์ภักดี ผู้นำสมาคมค้าทองคำ ได้กล่าวว่า เชื่อว่าราคาสุวรรณในปีหน้ามีทิวแถวโน้มที่จะผันผวน เนื่องจากวัตถุต่างๆ เช่นภาวะเศรษฐกิจสหรัฐที่เริ่มดีขึ้น มองว่าราคาทองคำอาจจะมีโอกาสลดราคาลงต่ำกว่า 17,000 บาทต่อบาทาทองคำได้ด้วย


ราคาทองย้อนหลังถิ่นตรงนี้         http://moneygold11.blogspot.com/

วันอังคารที่ 7 ตุลาคม พ.ศ. 2557

ราคาทองคำกล่าวทิวากาลตรงนี้ : คลาสสิคโกลด์ คาดหมายQ4ราคาอุไรคำแปลงก่อเลวสุดใหม่



ราคาทองคำวันนี้ : คลาสสิกโกลด์ คาดQ4ราคาทองคำทำจุดต่ำสุดใหม่


คลาสสิกโกลด์
คลาสสิกโกลด์ คาดQ4ราคาทองคำบริหารทำเครื่องหมายเลวสุดเอี่ยมอ่อง
         คลาสสิก โกลด์ คาดไตรมาส 4 นั้นราคาทองคำอาจกระจายรูปลงจัดการจุดต่ำสุดใหม่เอี่ยมนั้น ในระหว่างที่วันเสาร์ที่อยู่ 18 ตุลาคม เปรี้ยงสัมมนา มองทะลุวิกฤตทองคำปี 57 นำทางกลยุทธ์เด็ดปี 58 ให้นักลงทุนให้เปล่า


         ปีกนางสาวณัฐฑี จุฑาวรากุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท คลาสสิก โกลด์ ฟิวเจอร์ส จำกัด ได้แบะเผยว่า วันเสาร์ที่ 18 ตุลาคม 2557 บริษัท คลาสสิก โกลด์ นั้นรั้งขึ้นโอกาสให้ผู้ที่สนใจในเรื่องการลงเงินทุนทองคำ ร่วมเข้าฟังสัมมนาฟรีนั้น ในหัวข้อ มองลอดวิกฤตทองคำปี 57 แนะกลยุทธ์เด็ดปี 58 พร้อมกับร่วมพินิจพิจารณาปัจจัยสำคัญพร้อมเรียนรู้กลยุทธ์การลงราคาต้นทุนในทองคำ ที่บริษัท คลาสสิก โกลด์ ฟิวเจอร์ส จำกัด ชั้น 12 อาคารจัตุรัสจามจุรี ทั้งนี้นั้นแบบโน้มราคาทองคำในไตรจีวรมาสที่ 4 ราคาทองคำจะเปราะตัวลงทดสอบแนวรับบริเวณ 1,180 ซึ่งเป็น low แต่แรกที่เคยลงเดินทางในเดือนธันวาคม 2013 นั้นต่างว่าสามารถกระดอนได้ตรงนั้นจะแกว่ง side way ในกรอบระหว่าง 1,200-1,350

เฉพาะถ้าว่าเขตรับ 1,180 ตรงนั้นไม่สามารถรับอยู่คาดว่าราคาจะปรับร่างกายลงทำจุดต่ำต้อยสุดใหม่ที่ต่ำกระทั่งเดิมบริเวณ 1,100-1,080 USDต่อออนซ์ พลัดนั้นจะแกว่งside wayนั้นในกรอบระหว่าง 1,080-1,250 จุด ส่วนปี 2015 นั้นคาดการณ์ว่าราคาทองคำจะแกว่ง side way ในกรอบกว้างระหว่าง 1,180-1,380 USDต่อออนซ์

และโดยมีปัจจัยบีบดันจากการแข็งค่าของเงิน USD และการฟื้นตัวของเศรษฐกิจสหรัฐทำให้ เฟด หรือแบงค์กลางสหรัฐมีแนวโน้มจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนั้นส่วนปัจจัยบวกต่อราคาทองคำปัญหาความขัดแย้งทางการเมืองในหลายภูมิภาคในอัตราเงินเฟ้อที่จะเร่งตัวขึ้นชุมนุมถึงการจ่ายคืนทองคำนั้นเมื่อนักลงราคาซื้อมีความเชื่อมั่นต่อทิศทางราคาทองคำว่าได้สิ้นสุดขาลงแล้วไปและจะแกว่งตัว side way ในกรอบด้วย



โดย ราคาทองรูปพรรณวันนี้ รับซื้อบาทละ 18,282.96 บาท ขายออกบาทละ 19,050 บาท
ราคาทองคำแท่งวันนี้ รับซื้อบาทละ 18,550 บาท ขายออกบาทละ 18,650 บาท




วันจันทร์ที่ 6 ตุลาคม พ.ศ. 2557

ราคาทอง ทิวาวันอังคารแถว 7 เดือนตุลาคม 57 ช่วง 13.53 น. ค่าสุพรรณปรับโทษรูปรุ่ง


สนนราคาทองคำวันนี้








ราคาทอง วันอังคาร ที่ 7 ตุลาคม 57 เวลา 9:30 น.มูลค่าทองปรับตัวขึ้น

  • มูลค่าทองคำแท่งวันนี้รับซื้อบาทละ18,550.00
  • ทองคำแท่งขายบาทละ18,650.00
  • ทองรูปพรรณรับซื้อบาทละ18,282.96
  • ราคาทองรูปพรรณวันนี้ขายบาทละ20,050.00











คำคม คนดังระดับโลก







1. The four most dangerous words in investing are: ‘this time it’s different
                                                                                           
                           - Sir John Templeton –


 ประโยคที่อันตรายที่สุดในการลงทุนนั้นก็คือ ครั้งนี้มันไม่เหมือนช่วงเวลาก่อน


       ในทุกครั้งที่ตลาดไม่ก็หุ้นกลุ่มใดกลุ่มนึง พุ่งขึ้นไปสูงมากๆจนเกินมูลค่าพื้นฐานนั้น แทนที่จักกลัว ผู้คนมักจักเปี่ยมไปด้วยความหวังแล้ว คิดว่าครั้งนี้ ประเทศเจริญกว่าเวลาก่อนเป็นกองนั้นครั้งนี้บริษัทแข็งแกร่งกับมีโอกาสรอดมากกว่าครั้งก่อนมากทุกครั้งที่ตลาดขึ้นด้วย คนมักจักลืมไปเลยว่าตลาดหุ้นน่ะ มันก็รอบรู้ลงได้พร้อมทั้งมีขึ้นก็มีลง อย่างที่เคยเห็นมาในอดีต

2. Know what you own, and know why you own it
                               - Peter Lynch -


คุณต้องรู้ว่าคุณถือหุ้นอะไรอยู่นั้น แล้วก็รู้ด้วยว่าทำไมคุณถึงถือมันด้วย


        นักลงทุนหลายคนคิดว่าการวิเคราะห์เฟุ้งเฟื่องกหุ้นนั้นหมายถึงการอ่านบทวิเคราะห์หรือไม่อ่านข่าวนั้นแล้วก็ซื้อตามคำแนะนำของบทความเหล่านั้นหรือว่าไม่ก็ซื้อตามคำกราบทูลของเพื่อนใช่ไหมคนรู้จักที่เจรจามาว่ามีข่าววงใน แต่การจักอยู่รอดในตลาดได้ในระยะยาวนั้นการที่เรารู้ ข่าว เกี่ยวกับหุ้นตัวนั้นมันไม่พอ เราต้องรู้ เข้าใจบริษัท พร้อมด้วยก็ต้องมีเหตุผลที่ดีพอให้เราฝากเงินลงทุนไว้ด้วยจักว่าไป นานิเคยแนะนำไปแล้ว แต่อยากจะย้ำอีกรอบว่า หนังสือที่เปลี่ยนชีวิตการลงทุนของนานิคือเหนือกว่าวอลสตรีท ของ Peter Lynch คนนี้นี่แหละครับ


3. Investing should be more like watching paint dry or watching grass grow. If you want excitement, take $800 and go to Las Vegas
                                - Paul Samuelson –


         การลงทุนมันควรจะเหมือนการนั่งมองรอให้สีแห้งนั้นหรือไม่คอยจ้องรอให้ต้นหญ้าโตถ้าคุณมุ่งหมายได้ความตื่นเต้น คุณก็ควรเอาเงิน 800 เหรียญไปลาส เวกัส เสี่ยงลงการพนันแทน


          นักลงทุนหน้าใหม่นั้น อดทนไม่พอที่จักรอความสำเร็จพวกเค้ามักจักลืมไปว่านั้น สมการแห่งความสำเร็จในการลงทุนมันไม่ได้มีตัวแปรแค่จำนวนเงินต้นน้นกับอัตรากำไรเท่านั้นแต่ตัวแปรสำคัญอีกตัวก็คือ ระยะเวลานั้นหลายคนเข้ามา เพ่งความสนใจไปแต่ที่กำไรระยะสั้นนั้น ตะกลามได้ความเร้าใจแต่การลงทุน ความอดทนวินัยพร้อมทั้งความอาจในการรอต่างแม้ที่จะเป็นฐานให้เราสร้างพอร์ตที่สวยงามได้
วันนี้เท่านี้ก่อน แพร้อมด้วยเดี๋ยวบทความหน้ามีคำคมเจ๋งๆมาฝากกันอีกนะค่ะ



ค่าทองย้อนหลังที่นี้    http://moneygold11.blogspot.com/

วันอาทิตย์ที่ 5 ตุลาคม พ.ศ. 2557

ราคาทอง ทิวากาลศศิธร ที่ 6 ตุลาคม 57 คราว 09.36 น. สนนราคากาญจนาปรับตนลง


มูลค่าทองคำวันนี้


border=0







สนนราคาทอง วันจันทร์ 6 ตุลาคม 57 เวลา 09.36 น.ราคาทองปรับตัวลง

  • มูลค่าทองคำแท่งวันนี้รับซื้อบาทละ18,300.00
  • ทองคำแท่งขายบาทละ18,400.00
  • ค่าทองรูปพรรณวันนี้รับซื้อบาทละ18,040.40
  • ทองรูปพรรณขายบาทละ18,800.00




วิธีลงทุนในทองคำ   





การลงทุนในทองคำ

  เพราะเป็นกระแสที่นักลงทุนส่วนใหญ่ให้ความนิยมเป็นอย่างมากนั้น โดยนักลงทุนเก่งลงทุนได้ทั้งทางตรงกับทางอ้อมนั้น ด้วยเหตุผลที่มีอย่างมากมายที่สมรรถดึงดูดนักลงทุนได้ เช่น การปรับตัวเพิ่มขึ้นของสนนราคาทองคำตามสถิติตั้งแต่ปี 2001 นั้นราคาทองคำได้ปรับตัวเพิ่มขึ้นกว่า 150% ของความต้องการที่เพิ่มมากขึ้นจากกำลังการผลิตที่ลดลง ซึ่งล้วนแล้วแต่เป็นปัจจัยที่ทำให้ราคาทองปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องใน ช่วงที่ทะลุมานั้น แม้ว่าขณะนี้สนนราคาทองจักปรับตัวลดลงก็ตาม ความนิยมในการลงทุนก็มิได้ลดน้อยลงเลย บทความนี้ก็ต้องการจักพูดในทั้ง 2 มุมมองของการลงทุนในทองคำไม่ว่าทางตรงเพราะว่าการซื้อทองคำแท่งเองนั้นและการลงทุนเพราะว่าอาศัยความชำนาญของผู้บริหารกองทุน

1. การลงทุนโดยตรง

                 โดยนักลงทุนส่วนใหญ่แล้วจักนิยมซื้อทองคำแท่ง หรือว่าทองรูปพรรณมาเก็บไว้ ช่วงที่ทะลุทะลวงมาสนนราคาขึ้นแรงๆคนก็เอาไปขาย บางช่วงที่ราคาปรับลดลงนั้นคนก็ไปซื้อเก็บไว้เพื่อเก็งกำไร การที่นักลงทุนจะปลงใจซื้อหรือไม่ขายนั้นผมใคร่ได้แนะนำให้ท่านได้ติดตามสถานการณ์และปัจจัยต่างๆที่มีผลกระทบต่อค่าทองคำด้วยนั้นเช่น ในช่วงที่สร้างผ่านมาราคาทองปรับตัวสูงขึ้นก็เพราะว่าอะไรด้วยกันเราก็ต้องไปดูพร้อมกับศึกษาว่า Demand และ Supply นั้นสะท้อนให้เห็นถึงมูลค่าใช่ไหมสนนราคาแน่แท้ของทองคำไหมใช่ไหมเป็นก็เพราะว่าเกิดจากการเก็งกำไรของ Hedge Fund อย่างที่สร้างผ่านมาในไม่กี่เดือน ตัวอย่างที่ทะลุมาเพื่อสถานการณ์การซื้อขายทองคำในช่วงสงกรานต์นั้น จะเห็นได้ว่าความต้องการซื้อทองคำปรับตัวลดลงซึ่งเป็นผลมาจากมูลค่าทองคำที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างมากด้วยกันมูลค่าสินค้าอุปโภคบริโภคปรับตัวเพิ่มขึ้น ราคาน้ำมันปรับตัวสูงขึ้น พร้อมทั้งอัตราเงินเฟ้อที่สูงขึ้นตามด้วอย่างไรก็ดีพร้อมทั้งการลงทุนในทองคำก็ถือเป็นการลงทุนที่ใช้ในการลดผลกระทบจากเงินเฟ้อได้เนื่องจากถ้าเรามองค่าทองคำระยะยาวแล้วทองคำก็ยังคงมีมูลค่าสูงอยู่ดี แม้ปรับลดด้วยอัตราเงินเฟ้อแล้วก็ตาม

2. การลงทุนผ่านกองทุนรวม

                เพราะว่าซึ่งถือเป็นการอาศัยความเชี่ยวชาญของ บลจ. ต่างๆ ซึ่งเท่าที่มีอยู่ในทุกวันนี้นั้น เช่น TMB Gold Fund, ING Golden Star link, BT FIF Golden link เป็นต้นนั้นอย่างที่เราทราบกันดี การลงทุนในกองทุนรวมมีขั้นตอนในการปลงใจพิจารณาหามูลค่าของการลงทุนนั้นๆด้วย ก่อนตัดสินใจซื้อหรือว่าขาย โดยกลยุทธ์การซื้อขายของกองทุนเท่าที่ผมเข้าใจจะใช้การบริหารเชิงรับ (Passive Investment Strategy) เพราะว่าเป็นการลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุนต่างประเทศอีกทีฉะนั้นการลงทุนพันธุ์นี้ก็ถือเป็นกองทุน FIF อย่างหนึ่ง ถ้าถามว่าปัจจัยใดที่มีผลกระทบต่อเงินลงทุนของกองทุนพรรค์นี้คำตอบคือความผันผวนของราคาทองคำรวมถึงอัตราแลกเปลี่ยนนั้นเพราะเก่งแบ่งออกเป็น 2 ความเสี่ยงด้วยกันด้วย

                1) ความเสี่ยงจากการเปลี่ยนแปลงค่าทองคำ (Price Risk) 

                             นั้นหมายถึง โอกาสที่ราคาทองในตลาดโลกจักเพิ่มสูงขึ้นหรือไม่ก็ลดต่ำลงในช่วงระยะเวลาสั้นๆหรือว่าระยะยาวในบางครั้งเช่นในช่วงที่ธนาคารกลางของประเทศต่างๆขายเงินทุนสำรองที่เก็บในทองคำออกมาในตลาดจนทำให้ราคาทองในตลาดโลกลดต่ำลง ทั้งนี้ สมมติเกิดเหตุการณ์ดังกล่าวขึ้นจะส่งผลกระทบต่อกองทุน ตามที่มูลค่าสินทรัพย์สุทธิของกองทุนมีการเปลี่ยนแปลงตามมูลค่าทองในตลาดโลกดังนั้นสมมตมูลค่าทองในตลาดโลกลดลงจักส่งผลทำให้มูลค่าสินทรัพย์สุทธิของกองทุนลดลงได้อย่างไรนั้นก็ตาม การเปลี่ยนแปลงของสนนราคาทองคำนั้นมีความเป็นอิสระจากการเปลี่ยนแปลงจากการลงทุนการลงทุนในตราสารทุนหรือไม่ก็ตราสารหนี้นั้น ทั้งนี้ จากข้อมูลทางสถิติย้อนหลังที่ทำการศึกษาทั้งในกับต่างประเทศแสดงให้เห็นว่า ผลตอบแทนของราคาทองคำมีค่าความสัมพันธ์กับผลตอบแทนจากการลงทุนในสภาวะที่คาดว่าผลตอบแทนจากการลงทุนในตราสารทุนนั้นเหรอตราสารหนี้มีแนวโน้มลดลง    

               2) ความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยน (Currency Risk)

                           เพราะความเสี่ยงที่เกิดจากความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยนของเงินบาทนั้นเมื่อเทียบกับเงินสกุลต่างประเทศอื่นแล้ว กล่าวคือ สมมติค่าเงินบาทมีค่าแข็งขึ้นจากวันที่กองทุนเข้าลงทุนเท่าที่เทียบกับสกุลเงินดอลลาร์ที่เข้าลงทุนนั้น เช่น จาก 33 บาท ต่อ1ดอลลาร์สหรัฐ เป็น 31 บาท จะทำให้กองทุนได้รับดอกเบี้ยตามงวดด้วยกัน/หรือไม่ก็เงินต้นคราวครบกำหนดนั้นของตราสารเป็นเงินบาทในจำนวนที่น้อยลงซึ่งจะทำให้ผลตอบแทนของการลงทุนต่ำกว่าที่คาดไว้ในทางกลับกันด้วย สมมตค่าเงินบาทมีค่าอ่อนลงนั้น เช่น จาก 33 บาท ต่อ 1 ดอลลาร์สหรัฐ เป็น 35 บาท จะทำให้มูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุนตราบคำนวณเป็นสกุลเงินบาทมากขึ้น




ราคาทอง วันวันอังคาร ถิ่นที่ 9 เดือนกันยายน 57 ครั้ง 09.38 น. ทำให้เรียบตัวลง 100 ตีน

         





 เพราะว่าสมาคมค้าค่าทองคำได้ประกาศมูลค่าซื้อ-ขายทองคำ ประจำวัน อังคาร ที่ 9 กันยายน 2557
 ครั้งที่ 1 เมื่อเวลา 09.24 น. ได้เปิดตลาดวันนี้ ค่าทองปรับตัวลง 100 บาท จากปิดตลาดไปครั้งวานนี้ โดยสนนราคาทองรูปพรรณวันนี้รับซื้อบาทละ 18,768.08 บาทพร้อมด้วยขายออกบาทละ 19,550.00 บาท มูลค่าทองคำแท่งวันนี้พร้อมด้วย รับซื้อบาทละ 19,050.00 บาท ขายออกบาทละ 19,150.00 บาท  ค่าทองคำย้อนหลัง ที่นี้








การที่จักซื้อหุ้นให้ กำไร คือ ได้ capital gain นั้น เราต้องไม่ยึดติดกับการซื้อบริษัทที่ ดี ก็เพราะว่าบริษัทดี ในระยะยาวนั้น หุ้นมันก็ต้องดี ต้องขึ้นอยู่แล้ว แต่ในระยะสั้นถึงกลางนั้นก็อาจจะไม่เป็นอย่างนั้น การที่บริษัทดีนั้น หุ้นมันไม่จำเป็นต้องดีด้วย เพราะ

1. หุ้นดี แต่อาจจักแพงไปแล้วนั้น   คือนักลงทุนต่างคิดว่าหุ้นตัวนี้ดี ก็เลยไล่ซื้อ ไล่มูลค่ากันขึ้นไป เพื่อที่จะสะท้อนมูลค่าของบริษัทนั้นไปแล้ว ด้วยการซื้อหุ้นของบริษัทดีๆ แต่เราดันเข้าไปซื้อในค่าที่สูงลิ่วนั้น บางคนเก่งมาก ได้ที่ราคาสูงสุดพอดีน้น แบบนี้ก็แย่เลย ก่อนซื้อเราก็ต้องดูด้วยว่า มันแพงไปรึยัง แล้วอะไรที่เรียกว่าแพงไป คืออ่ะไร ถ้าเอาง่ายๆแบบเบสิคเลยก็คือ ให้ดูที่ P/E ไม่ใช่ P/E แค่ของตัวหุ้น แต่ของคู่แข่งในอุตสาหกรรมเดียวกันด้วย ลองคำนวณดูว่านั้นหุ้นต่างๆในอุตสาหกรรมนี้ มี P/E ค่าเฉลี่ยเท่าไหร่ แล้วก็มาเทียบว่า หุ้นของเรา มี P/E ค่าเฉลี่ยสูงกว่า P/E เฉลี่ยของอุตสาหกรรมไปมากไหม เราจะได้พอมองออกว่าหุ้นเราแพงไปรึยัง

2. หุ้นอาจจะ เคยดี ต่างสมมุติ  คือ ก่อนเฟุ้งเฟื่องกนั้น เราก็ควรที่จะศึกษามาแล้ว ดูงบประมานมาอย่างดี บริษัทนี้กำไรมาหลายปีติดกันแล้ว นั้นพร้อมกับหุ้นก็ยังไม่แพงไปอีกด้วย แต่หารู้ไม่ สาเหตุที่มันไม่แพงไป เป็นก็เพราะว่านักลงทุนเค้าบุกเบิกทิ้งกันแล้วเพราะบริษัทนี้นั้นอาจจะขึ้นต้นไม่มีอนาคตเนื่องแต่มีคู่แข่งที่มีนวัตกรรมล้ำกาลเวลากว่าเข้ามา สุดท้ายก็ขาดทุน บริษัทที่เคยดี ไม่ได้หมายความว่าจะดีตลอดไปนั้น ธุรกิจกับหลักสัจธรรมเหมือนกันตรงที่ มันไม่มีอะไรแน่นอน
พร้อมกับสิ่งนึงที่น่าจะเรียนรู้จากการทำงานพร้อมด้วยการลงทุนนั้นก็คือ หุ้น ดี มันไม่ทำเงิน ถ้ามันไม่มี catalyst ถ้าใครเคยเรียนเคมีจะรู้ว่า catalyst นั้นคืออะไร ตัวเร่งปฏิกิริยา คือ ปฏิกิริยาเคมีบางอย่างนั้น จักใช้เวลานานมาก กว่าจักเกิดขึ้นตามธรรมชาติ แต่ถ้ามี ตัวเร่ง แล้วหล่ะก็ ไม่นานเดียวสำเสร็จเลย หุ้นก็เหมือนกัน หุ้นดีจะดี แต่ถ้าเราทะเยอทะยานจักซื้อหุ้นดีที่ขึ้นพร้อมด้วยทำเงินในระยะสั้นถึงกลางด้วยนั้นแล้ว นั้นจะต้องเเล่าลือกหุ้นดีที่มี catalyst ด้วย ยกตัวอย่างคือ มีเหตุการณ์หรือเรื่องราวต่างๆ ที่จักเข้ามากระตุ้นให้การซื้อไล่ค่ากันด้วยนั้น ซึ่งแต่ละอุตสาหกรรมก็จักมี catalyst ที่ต่างกันไปนั้น เช่นอุตสากรรมเดินเรือก็จะมีค่าวางเรือเป็นสิ่งกระตุ้นนั้น ถ้าเกิดเหตุการณ์ต่างๆเช่น supply จำนวนของเรือลดลง ก็จะทำให้ค่าระวางเรือขึ้นไปอีก จนดูมีท่าทีว่าอุตสาหกรรมนี้มันน่าจัก turnaround พร้อมด้วยคนก็จักหิวไล่ราคาหุ้นบริษัทเรืออย่างนี้เป็นต้นนั้น พอหาว่าอุตสาหกรรมที่เราสนใจมีอะไรเป็น catalyst เจอแล้วนั้น ทีนี้ก็เอามาวางแผนการซื้อก่อนที่จะเกิด catalyst ขึ้นซัก 3 ถึง 6 เดือนด้วยกันเพื่อดักหน้าคนอื่นแล้วก็ถือรอเท่านั้นเอง 
หลังจากที่เร่ำลือกสรรหาหุ้นดีๆมาอยู่ในลิสสำหรับติดตามแล้วนั้น ก่อนซื้อก็อย่าลืมดูด้วยว่า หุ้นเหล่านี้น่าจะมีอะไรเป็น catalyst เพื่อกระตุ้นให้ราคา แล้วจึงค่อยศึกษาว่า catalyst ที่ว่าเนี่ยมันน่าจะเกิดขึ้นทันทีที่ไหร่เวลาใหนเราจะได้ไม่ต้องซื้อแล้วรอนาน 
ผู้เขียน : นานิ นิธินวกร ผู้เขียนหนังสือ สร้างเงินล้านก่อนเรียนจบ









. . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . .

วันพฤหัสบดีที่ 2 ตุลาคม พ.ศ. 2557

ราคาทองคำวันนี้ เพราะว่ารูปร่างค้าขายคลอด19,100เท้า ลูบระลึกกลางวันพฤหัสถิ่นที่ 2 เดือนตุลาคม 2557


ราคาทองคำวันนี้




border=0





เพราะว่าสมาคมค้าทองคำประกาศค่าทองซื้อ-ขายทอง ประจำวันพฤหัสบดีที่  2 ตุลาคม 2557 ครั้งที่ 1 ขณะเวลา 09.21 นาฬิกา โดยซึ่งราคาทองปรับขึ้น 50 บาท คราวเทียบกับวานนี้แล้วนั้น
เพราะว่าสนนราคาทองรูปพรรณวันนี้ รับซื้อบาทละ 18,328.44 บาทโดยขายออกบาทละ 19,100 บาท
ราคาทองคำแท่งวันนี้ รับซื้อบาทละ 18,600 บาท เพราะขายออกบาทละ 18,700 บาท



9 คำถาม คำตอบ เพื่อความเข้าใจกับ RMF


1. RMF คืออะไร

   RMF นั้นย่อมาจากคำว่า Retirement Mutual Fund เหรอเรียกในชื่อไทยนั้นว่า กองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ เป็นกองทุนรวมหมู่หนึ่งซึ่งมีวัตถุประสงค์พิเศษนั้นแตกต่างจากกองทุนรวมทั่วไป คือ RMF เป็นเครื่องมือหนึ่งในการสะสมเงินไว้ใช้ในวัยเกษียณที่ทางการให้การสนับสนุนนั้น สิทธิประโยชน์ทางภาษีแก่ผู้ลงทุนเพื่อเป็นแรงจูงใจ

2. RMF เหมาะกับใคร  

    RMF เหมาะกับคนทุกกลุ่มที่ต้องการออมเงินเพื่อในวัยเกษียณ เพราะว่าเฉพาะอย่างยิ่งคนที่ยังไม่มีสวัสดิการออมเงินเพื่อวัยเกษียณนั้น เช่น กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ ไม่ใช่หรือกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ กบข. มารองรับเหรอมีสวัสดิการดังกล่าวนั้นแต่ยังมีกำลังออมเพิ่มมากกว่านั้นได้อีก

3. RMF มีนโยบายการลงทุนเป็นอย่างไร

    RMF มีนโยบายการลงทุนให้เเล่าลือกหลากหลายนั้นเหมือนกองทุนรวมทั่วไปนั้นตั้งแต่กองทุนที่มีระดับความเสี่ยงต่ำพร้อมทั้งเน้นลงทุนในตราสารหนี้ด้วย เช่นพันธบัตรกองทุนที่มีระดับความเสี่ยงปานกลางที่อาจผสมผสานระหว่างการลงทุนในตราสารหนี้และตราสารทุนด้วยนั้น ไปจนถึงกองทุนที่มีระดับความเสี่ยงสูงเน้นลงทุนในตราสารทุนนั้นเช่น หุ้น ใบสำคัญแสดงสิทธิการซื้อหุ้น (warrant)

4. RMF มีข้อแตกต่างจากกองทุนรวมทั่ว ๆ ไปอย่างไร

      1. สมมติว่าลงทุนครบตามเงื่อนไขนั้นจะได้รับสิทธิประโยชน์ทางภาษี
      2. ไม่เก่งโอน หรือจำนำ ไม่ใช่หรือนำหน่วยลงทุนไปเป็นหลักประกันได้
      3. ไม่มีการจ่ายเงินปันผล

5. เงื่อนไขการลงทุนของ RMF เป็นอย่างไร

    เพื่อให้ได้รับสิทธิประโยชน์ทางภาษีนนั้น การลงทุนใน RMF มีเงื่อนไขดังถัดไปนี้
• ต้องสะสมเงินอย่างต่อเนื่องเพราะว่าซื้อหน่วยลงทุนของ RMF ไม่น้อยไปกว่าปีละ 1 ครั้ง
• ต้องลงทุนขั้นต่ำ 3% ของเงินได้ในแต่ละปีนั้นหรือไม่ 5,000บาท(แล้วแต่ว่าจำนวนใดจะต่ำกว่า)
• ลงทุนสูงสุดไม่เกิน15%ของเงินได้ในแต่ละปีด้วยหรือว่าไม่เกิน 500,000 บาท
• ต้องไม่ระงับการซื้อหน่วยลงทุนเกินกว่า 1 ปีติดต่อกันยกเว้นปีใดที่ไม่มีเงินไดก็ไม่ต้องลงทุนเนื่องจาก 3% ของเงินได้ 0 บาท เท่ากับ 0 บาทนั้น
• การขายคืนหน่วยลงทุนทำได้จนกระทั่งผู้ลงทุนอายุไม่ต่ำกว่า 55 ปี พร้อมทั้งลงทุนมาแล้วไม่น้อยกว่า 5 ปีนั้น

6. สิทธิประโยชน์ทางภาษีของ RMF มีอะไรบ้าง

หากปฏิบัติตามเงื่อนไขการลงทุนนั้นผู้ลงทุนใน RMF จักได้รับสิทธิประโยชน์ทางภาษีถึง 2 ทางด้วยกันนั้นคือ

ทางที่ 1 เงินซื้อหน่วยลงทุนใน RMF จะได้รับยกเว้นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาตามที่จ่ายแท้จริงด้วย สูงสุดไม่เกิน 15 % ของเงินได้ในแต่ละปีนั้น โดยเท่าที่นับรวมกับเงินสะสมเข้ากองทุนสำรองเลี้ยงชีพหรือไม่ก็กองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ กบข. แล้วก้ต้องไม่เกิน 500,000 บาท

ทางที่ 2 กำไรจากการขายคืนหน่วยลงทุนนั้น (capital gain) ไม่ต้องเสียภาษีเงินได้สิทธิประโยชน์ทางภาษีของ

7. อย่างไรที่เรียกว่าผิดเงื่อนไขการลงทุนของ RMF

1. ระงับการซื้อหน่วยลงทุนเกินกว่า 1 ปีติดต่อกันด้วย
2. ลงทุนขั้นต่ำไม่เป็นไปตามเกณฑ์ที่กำหนดไว้นั้น
3. ขายคืนหน่วยลงทุนก่อนที่ผู้ลงทุนนั้นจักอายุครบ 55 ปี
4. ขายคืนหน่วยลงทุนก่อนที่จักมีการลงทุนครบ 5 ปีทั้งนี้ สมมติเป็นไปตามข้อใดข้อหนึ่งนั้นก็ถือว่าผิดเงื่อนไขการลงทุนแล้ว ยกเว้นกรณีที่ผู้ลงทุนเสียชีวิตไม่ก็ทุพพลภาพ ทำให้ไม่เก่งปฏิบัติตามเงื่อนไขดังกล่าวจะไม่ถือว่าผิดเงื่อนไขการลงทุน

8. จะเกิดอะไรขึ้นกับผู้ลงทุนสมมุติมีการผิดเงื่อนไขการลงทุน

ผู้ลงทุนจะไม่ได้รับสิทธิประโยชน์ทางภาษีอีกจากนั้น ด้วยกันต้องดำเนินการดังนี้

1. กรณีที่ลงทุนไม่ถึง 5 ปี พร้อมด้วยมีการผิดเงื่อนไขนั้น
- ต้องคืนเงินภาษีทั้งหมดทุกปีที่ได้รับการยกเว้นไป ด้วย
- จนกระทั่งขายคืนหน่วยลงทุนต้องจ่ายภาษีของกำไรส่วนเกินทุน (capital gain) เพราะว่านำกำไรที่ได้รับจากการขายคืนไปรวมเป็นเงินได้ของปีที่ขายคืนเพื่อเสียภาษีเงินได้ซึ่งในทางปฏิบัติครั้นผู้ลงทุนขายคืนบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนรวมจักหักภาษี ณ ที่จ่าย3% ของกำไรส่วนเกินทุนไว้ก่อนนั้นและปางผู้ลงทุนไปยื่นแบบเสียภาษีเงินได้ก็จักคำนวณอีกครั้งนั้นว่าจะต้องจ่ายเงินภาษีเพิ่มอีกหรือไม่ อย่างไรลงทุน

2. กรณีที่ลงทุนตั้งแต่ 5 ปีขึ้นไป ด้วยกันมีการผิดเงื่อนไขนั้น
- ต้องคืนเงินภาษีที่ได้รับยกเว้นไปในช่วง 5 ปีย้อนหลังด้วย



9. Checklist ก่อนลงทุนใน RMF มีอะไรบ้าง

- ถามตัวเองว่าต้องการออมเพื่อวัยเกษียณนั้น
- มีวินัยในการออมอย่างสม่ำเสมอด้วยกันต่อเนื่อง ด้วยกันระยะยาว
- รู้จักตัวเอง รู้ว่ามีเป้าหมายการลงทุนเป็นแบบใดนั้นสมรรถออมเงินได้มากน้อยปางไร กับยอมรับความเสี่ยงในการลงทุนได้ขนาดไหน
- รู้จักผลิตภัณฑ์ รู้ว่านโยบายการลงทุนของ RMF ที่สนใจจักลงทุนเป็นอย่างไรเช่น มีความเสี่ยงต่ำปานกลางใช่ไหมสูง
- รู้ผลงานของบริษัทคุณภาพในการให้บริการรวมทั้งการคิดค่าธรรมเนียมจัดการกับค่าใช้จ่ายต่าง ๆนั้น
- เเอิกเกริกกลงทุนใน RMF ที่เหมาะสมกับตัวเอง











มูลค่าทองย้อนหลังที่นี้   http://moneygold11.blogspot.com/

วันพุธที่ 1 ตุลาคม พ.ศ. 2557

ราคาทอง 3 หัวอกข้อความลุล่วงข้าวของครามครันกีฬาแบดมินตัน ขนิษฐาเมย์ รัชนก กับ จ้านลงราคาซื้อ



3 หัวใจความสำเร็จของนักกีฬาและนักลงทุน






          ภาพแห่งชัยชนะของนักกีฬาแชมป์แบดมินตันโลกนั้น น้องเมย์ รัชนก อินทนนท์ ในปี 2556 ได้สร้างปรากฏการณ์ใหม่ให้แก่วงการกีฬาแบดมินตันด้วยในวัยเพียง 18 ปี ภาพแห่งความประทับใจนี้ได้ถูกจารึกไว้ในความทรงจำของคนไทยทั้งประเทศถึงความเก่งของน้องเมย์ที่ประสบความสำเร็จตั้งแต่อายุยังน้อย ความน่าสนใจมันไม่ใช่แชมป์โลกที่น้องเมย์ได้รับนั้น แต่เป็นปัจจัยแวดล้อมที่เป็นองค์ประกอบสำคัญของความสำเร็จในตัวนักกีฬานั้นก็คือ ฝึกซ้อม แข่งขันพร้อมกับโค้ชที่ดี  มูลค่าทองคำวันนี้





1. หมั่นฝึกซ้อม – ศึกษาหาความรู้

                   เพราะว่าน้องเมย์บุกเบิกเล่นแบดมินตันตั้งแต่อายุ 6 ขวบด้วยกันแท้จริงจังกับการซ้อมมากขึ้นในช่วงอายุ 8-9 ขวบ โดยฝึกซ้อมอย่างเป็นระบบด้วยฝึกซ้อมอย่างต่อเนื่องจนกระทั่งประสบความสำเร็จเป็นแชมป์แบดมินตันโลกด้วยในวัยพ่าง 18 ปี ดังนั้น ถ้าจะนับตั้งแต่จุดขึ้นต้นต้นจนถึงช่วงที่ได้รับแชมป์โลก เป็นการเดินทางที่เพราะต้องใช้เวลานานกว่า 12 ปี ถึงแม้ว่าได้เป็นแชมป์โลกแล้วนั้น แต่น้องเมย์ก็ยังไม่หยุดที่จักฝึกซ้อมพร้อมด้วยเรียนรู้เพื่อพัฒนาทักษะการตีของตัวเองให้ดีมากขึ้นก็เพราะว่าคิดว่าเก่งเท่านี้ยังไม่พอจะต้องทำให้ดีกว่านี้มากขึ้นเรื่อยๆด้วย
         และในโลกการลงทุนก็เช่นเดียวกันผู้ที่ประสบความสำเร็จจากการลงทุนอย่างยั่งยืนนั้นต้องใช้เวลาในการสั่งสมประสบการณ์จากการเข้ารับการอบรม โดยการอ่านหนังสือเพื่อพัฒนาความรู้ให้ทันเหตุการณ์ตลอดเวลา แม้ว่าจะประสบความสำเร็จจากการลงทุนแล้วก็ยังไม่หยุดที่จักศึกษาหาความรู้เพิ่มเติมเพื่อพัฒนากลยุทธ์และปรับพอร์ตการลงทุนให้ทันต่อโลกการลงทุนที่เปลี่ยนไปมากขึ้นด้วย

2. ลงแข่งขัน – ลงทุนจริง

            โดยน้องเมย์ได้เกริ่นลงแข่งขันตั้งแต่อายุ 12 ปีในหลายรายการซึ่งอาจจะมีทั้งพ่ายแพ้พร้อมกับชนะผสมกันไป เพื่อเป็นการสร้างประสบการณ์นั้นนักกีฬาจักเก่งได้ก็ต้องลงสนามบ่อยๆเพื่อจักได้รู้จุดอ่อนจุดแข็งของตัวเอง เพราะโค้ชกับเพื่อนที่เป็นคู่ซ้อมด้วยกันก็จักรู้ทันกันด้วยซึ่งแตกต่างกับคู่แข่งขันที่มาจากต่างถิ่นจักมีฝีมือแตกต่างกัน ยิ่งเจอกับคู่แข่งที่เก่งกาจมากขึ้น ก็จะทำให้นักกีฬามีฝีมือในการเล่นที่พัฒนาเร็วขึ้นด้วยเช่นกัน
      ผู้ที่ศึกษาการลงทุนในตำราจนชำนาญนั้น เข้าฟังสัมมนาจนทะลุปรุโปร่ง แต่ไม่กล้าบุกเบิกลงทุนจริงๆๆเลยสักบาทเดียวด้วย พ่างเพราะว่ากลัวความเสี่ยง รอจังหวะการลงทุนให้ตลาดลงมาบานตะเกียงๆก่อนแล้วจึงเข้าไปซื้อนั้นแต่พอตลาดลงมาบานตะไทแล้วก็ยังไม่กล้าก็เพราะว่าคิดว่าน่าจักลงไปได้อีก จนสุดท้ายหุ้นขึ้นพร้อมกับคำว่า รู้งี้ ปัญหามันไม่ได้อยู่ที่ความรู้เพราะมีเก็บไว้แยะมาก แต่มันอยู่สภาพจิตใจที่พร้อมยอมรับความเสี่ยงด้วยการลงทุนแน่ๆๆด้วย ก็เพราะว่าตลาดหุ้นก็ไม่ใช้หลักการในตำรา 100% ถ้ามีความรู้พร้อมแล้วแต่ไม่กล้าลงทุนลงสนามครัน ก็เหมือนกับการไม่รู้อะไรเลย


พร้อมด้วยสมมตกลัวมากขนาดนี้ก็อาจจะเริ่มต้นด้วยเงินจำนวนน้อยๆ ทดลองลงทุนเพื่อให้เข้าใจอารมณ์ของตลาด อีกทั้งเป็นการพิสูจน์ความรู้ที่ศึกษามาด้วยว่าใช้งานได้แน่แท้หรือไม่นั้นพร้อมกับจักได้รู้จักตัวเองมากขึ้นเพื่อหาแนวทางการลงทุนให้เหมาะสมกับนิสัยตนเองได้ดีมากขึ้นด้วย เช่น บางคนศึกษาตำราการลงทุนมาอย่างดี แล้วคิดว่าตนเองเป็นนักลงทุนระยะยาว VI พร้อมทั้งไม่คิดถึงความโลภจากการลงทุนพร้อมกับรอรับเงินปันผล แต่พอเข้ามาลงทุนในตลาดแน่นอนๆที่หุ้นตัวเล็กวิ่งให้เกลื่อนก็แปลงร่างกลายเป็นเม่าน้อยซะอย่างงั้น ก็เพราะว่าคำว่า “อย่าโลภ” ที่เขียนในตำรากับการลงทุนแท้นั้นแตกต่างกันอย่างสุดขั้ว

3. โค้ชที่ดี – ที่ปรึกษาการลงทุนที่ดี

                เพราะนักกีฬาที่เก่งจะมีโค้ชช่วยแนะนำวิธีการเล่นให้ดีมากขึ้น เพิ่มจุดแข็งพร้อมทั้งลดจุดด้อยเพื่อให้เป็นนักกีฬามืออาชีพที่เก่งสมบูรณ์แล้ว รวมทั้งมีวิธีสร้างขวัญกำลังใจในยามที่นักกีฬาท้อแท้ มีวิธีจูงใจให้นักกีฬาตั้งใจฝึกซ้อมนั้น ก็เพราะว่าการเป็นโค้ชที่ดีต้องเก่งในการมองเกมส์ให้ขาด รู้จักช่องโหว่ของนักกีฬากับวิธีพัฒนาทักษะต่างๆด้วย สิ่งสำคัญที่สุดต้องเก่งทางด้านจิตวิทยาเพราะว่าการโน้มน้าวใจให้นักกีฬาเชื่อฟังยอมทำตามสิ่งที่โค้ชแนะนำนั้น

           โดยนักลงทุนที่เก่งก็จักมีต้องมีที่ปรึกษาการลงทุนที่มีจรรยาบรรณคอยให้คำแนะนำ เหมือนเป็นเพื่อนคู่คิดให้นักลงทุนแล้วโดย ช่วยวางแผนการลงทุน แนะนำเรื่องการลงทุนที่สร้างความมั่งคั่งให้นักลงทุน พร้อมทั้งคอยตักเตือนนักลงทุนในช่วงเวลาที่ตกใจเกินเหตุ(ขายหุ้นทิ้งโดยลืมนโยบายการลงทุนที่วางไว้) หรือกล้าบ้าบิ่นที่ซื้อหุ้นวิ่งเพราะไม่รู้จักพื้นฐานด้วยเพราะให้คำแนะนำที่เหมาะสมตามหลักจรรยาบรรณผู้ดูแลนักลงทุนที่ดีด้วยกันเพื่อให้เป็นนักลงทุนที่มีคุณภาพ


                  ผู้ที่ประสบความสำเร็จจากการสร้างความมั่งคั่งด้วยการลงทุนหุ้นนั้นได้อย่างยั่งยืนนั้นไม่ได้ขึ้นอยู่กับ จำนวนเงิน นั้นว่าใครมีมากกว่าคนนั้นจะบรรลุอิสรภาพทางการเงินได้เร็วกว่า แต่มันอยู่ที่การศึกษาหาความรู้ด้วย การลงทุนแน่นอน พร้อมกับมีที่ปรึกษาการลงทุนที่ดี เพื่อที่จะสร้างพร้อมทั้งรักษาความมั่งคั่งได้อย่างยั่งยืนยิ่งขึ้น 



มูลค่าทองย้อนหลังรายละเอียดเพิ่มเติมที่นี้      http://moneygold11.blogspot.com/